pearleus

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559

กำลังมองหาทางออกใช่ไหม

เส้นทางชีวิต....
มีถนนนับร้อยพันให้เราเลือกเดินทาง
แต่ถนนสายเดียวที่จะพาเราไปถึงเป้าหมายได้
คือถนนที่ชื่อว่า “ กำลังใจ ”
มีบ้างมั้ย...ที่คุณเคยรู้สึกว่า ชีวิตมันไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่
บางคนอาจเคยรู้สึกเบื่อหน่าย หรือไม่เข้าใจ...
นึกสงสัยว่าทำไมชีวิตเรา ถึงได้มีปัญหามากมายนักให้ตามแก้
มาก...เสียจนบางครั้งก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน...
บางช่วงในชีวิต...ก็เคยมีบ้างกับภาวะแบบนี้
เลยเข้าใจได้ดีเลยว่า ในเวลาแบบนั้น
ไม่มีอะไรที่จะสำคัญมากไปกว่าการหันมาเติมกำลังใจให้ตัวเอง
แต่เราจะทำมันได้ดีได้อย่างไร ถ้าเรายังมองตัวเองไม่ทะลุ
และมีความเข้าใจบางอย่างไม่ลึกซึ้งเพียงพอ ...?
โดยปกติแล้ว...ฉันจะเป็นคนที่ไม่ชอบเล่าหรือระบาย
เรื่องราวส่วนตัวกับใครในยามที่ชีวิตมีปัญหา...
แต่ก็เป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน ที่ ณ เวลาดังกล่าว
ฉันมักจะได้รับแง่คิดดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ
จากการสนทนาพูดคุยอย่างไม่ตั้งใจอยู่เสมอ
และคำพูดที่ดีที่สุดอันหนึ่งที่ฉันจำได้ดีจากเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งก็คือ
เรื่องเกี่ยวกับปัญหาต่างๆในชีวิต เขาพูดในทำนองว่า
...ชีวิตคนเรานั้นมีปัญหากันทุกคน...
แต่คำว่าปัญหานั้น ถ้าแยกแยะมันจริงๆ จะมีอยู่ 2 อย่าง
คือ ปัญหา ที่ใช้ในภาษาอังกฤษว่า ‘problem’ ...
กับอีกคำหนึ่ง....ที่ใช้คำว่า ‘conflict’ ...

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

you have no time to criticize others









Promise yourself to be so strong that nothing can  disturb your peace of mind.
Look at the sunny side of everything and make your optimism come true.
Think only of the best, work only for the best,and expect only the best.
Forget the mistakes of the past and press on to the greater achievements of the future.
Give so much time to the improvement of yourself that you have no time to criticize others. Live in the faith that the whole world is on your side
so long as you are true to the best that is in you!


Read All my English articles here
ดูบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ตีแผ่เบื้องหลัง "แฮ็กตู้เอทีเอ็ม" กรณีศึกษา 12 ล้านธนาคารออมสิน

ตีแผ่เบื้องหลัง "แฮ็กตู้เอทีเอ็ม" กรณีศึกษา 12 ล้านธนาคารออมสิน
*********************************************************************
เหตุการณ์โจรไฮเทคปล่อยโปรแกรมมัลแวร์เเฮ็กตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน จำนวน 21 ตู้ กวาดเงินไปกว่า 12 ล้านบาท ปรากฎเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ แม้ว่าการก่ออาชญากรรมครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับเงินในบัญชีลูกค้า แต่ก็สร้างความหวาดวิตกต่อระบบความปลอดภัยของธนาคารของเมืองไทยอยู่ไม่น้อย
ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ ผู้ก่อตั้งเเละกรรมการผู้จัดการบริษัท T-NET ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางเทคโนโลยี อธิบายว่า การยึดตู้เอทีเอ็มด้วยโปรเเกรมมัลแวร์ที่คนร้ายใช้นั้น ทำได้ 3 วิธี ดังนี้
1.ปล่อยมัลแวร์ผ่านช่องเสียบยูเอสบีที่ตู้เอทีเอ็ม
“การติดตั้งตู้เอทีเอ็มมี 2 ลักษณะคือ แบบที่ติดอยู่กับผนังภายในสถานที่ และแบบที่ติดตั้งนอกสถานที่ (Stand Alone) ซึ่งตำแหน่งของอุปกรณ์ควบคุมหรือสิ่งต่างๆภายในตู้นั้นมีโมเดลที่สามารถค้นหาได้ไม่ยากอยู่แล้ว ด้านล่างเป็นเซฟเก็บเงิน คอมพิวเตอร์อยู่ด้านบน เอทีเอ็มบางตู้หากเป็นรุ่นเก่าเป็นไปได้ว่าไม่มีระบบป้องกันที่แน่นหนา หรือส่งสัญญาณเตือนภัยอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าคนร้ายสามารถเปิดได้ก็จะทำการเสียบยูเอสบีและปล่อยมัลแวร์เพื่อควบคุมตู้ในที่สุด”
2.ปล่อยมัลแวร์ผ่านระบบเน็ตเวิร์ก
“ตู้เอทีเอ็มนั้นมีการอัพเดทซอฟต์แวร์อยู่แล้ว ซึ่งซอฟต์แวร์จะถูกส่งมาจากสำนักงานใหญ่ วิธีการของแฮ็กเกอร์คือ แฮ็กเข้าไปที่สำนักงานใหญ่ของธนาคาร หรือแฮ็กเข้าไปยังแอ็คเคาท์ของผู้ดูแลระบบ ซึ่งอาจมีจำนวน 10 คนหรือ 20 คน สุ่มหาช่องโหว่หรือความผิดพลาดจากคนๆ หนึ่ง ก่อนจัดการฝังมัลแวร์เข้าไปกับตัวซอฟต์แวร์ที่จะอัพเกรดเพื่อพัฒนา หรือแก้ไขปัญหาที่ตู้เอทีเอ็ม
วิธีการนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ไต้หวัน หลังจากฝังมัลแวร์เข้าระบบมาสักระยะ คนร้ายได้ลงมือโดยใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อไร้สาย สั่งการให้ตู้เอทีเอ็มปล่อยเงินไหลออกมาตามที่ควบคุม โดยมีทีมอาชญากรไปรอรับ อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ไม่น่าเป็นไปได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดกับธนาคารออมสิน เนื่องจากเป็นลักษณะของทีมแฮ็กเกอร์ระดับโลก”
3.ฝังมัลแวร์ ในช่วงที่มีการปรับปรุงระบบตู้เอทีเอ็ม
“ตู้เอทีเอ็มต้องมีการ Maintenance ซ่อมบำรุงดูแลรักษาหรือปรับปรุงอยู่แล้ว ยิ่งปัจจุบันธนาคารหลายแห่งกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงปรับระบบเอทีเอ็มจากบัตรแถบแม่เหล็กเป็นชิปการ์ด ซึ่งคาดว่าต้องมีการอัพเกรดระบบซอฟต์แวร์กันจำนวนมาก
การ maintenance มี 2 แนวทางคือ ธนาคารดูแลจัดการเองหรือจ้างบริษัทเอ้าท์ซอร์สดูแล คดีนี้เป็นไปได้ว่า คนร้ายอาจมีความผูกโยงกับเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือเอ้าท์ซอร์ส เพื่อหาทางฝังมัลแวร์เข้าไปเพื่อยึดตู้ในที่สุด”
เมื่อสามารถฝังมัลแวร์เข้าไปที่ตู้เอทีเอ็มอันเปรียบเสมือนกับการยึดตู้ได้สำเร็จ ขั้นตอนต่อมาคือ วิธี"นำเงินออกมา"
ดร.โกเมน บอกว่า โดยทั่วไปทุกครั้งที่มีซ่อมบำรุง ปรับปรุง หรือแม้กระทั่งเติมเงินในตู้เอทีเอ็ม จำเป็นต้องการทดลองระบบเพื่อตรวจดูความถูกต้องเสมอ
“เวลาพนักงานนำเงินจากธนาคารไปใส่ในตู้จำนวน 2 ล้านบาท ก็ต้องมีการเทสระบบ ใส่เงิน เบิกเงิน เพื่อดูว่าระบบใช้งานอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งการเทสระบบเช่นนี้เป็นเรื่องระหว่างคนกับตู้เท่านั้น ไม่ได้ติดต่อกับธนาคาร ธนาคารรับรู้เพียงว่า ถ้าเติมเงินครบ 2 ล้านก็จบ ฟังก์ชั่นทดสอบพวกนี้ ปัญหาคือ หลังจากโจรยึดตู้ได้แล้ว มันก็จดจำรหัสโค้ดจากบัตรซึ่งเป็นฟังก์ชันพิเศษสำหรับพนักงานผู้เทสระบบ ก่อนจะกดโค้ดใส่ตู้เอทีเอ็มเพื่อให้เงินไหลออกมาตามใบสั่ง
พฤติกรรมของมิจฉาชีพที่ทำกับธนาคารออมสินนั้น สังเกตได้ว่า คนร้ายจะค่อยๆ ทยอยกดเงินจำนวนไม่มากนักต่อตู้ ส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ต่างจังหวัด เเละก่อเหตุเฉพาะเครื่องที่ติดตั้งนอกสถานที่ หรือ Stand Alone เท่านั้น"
ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ บอกว่า ธนาคารจะทราบว่าตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อก็ต่อเมื่อจับสังเกตได้ว่าจำนวนเงินภายในตู้นั้นหมดลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ
“ทยอยกดทีละ 2 หมื่น 4 หมื่น แบงค์ไม่รู้หรอก เพราะไม่มีประชาชนเสียหาย จะรู้ก็ต่อเมื่อ มีคนไปกดแล้วเงินไม่พอ ตู้ส่งสัญญาณเตือนไปยังแบงค์ ถ้าแบงค์เห็นว่า เฮ้ย...เพิ่งเติมเงินไปไม่นานนี้เอง จะหมดได้อย่างไร แล้วมีการตรวจสอบจริงจังนั่นแหละถึงทราบว่าตัวเองโดนเข้าให้แล้ว สาเหตุที่เลือกต่างจังหวัดก็เพราะตู้ไม่ได้เติมเงินบ่อย กว่าจะจับสังเกตได้ก็ใช้เวลา ผิดกับตู้เอทีเอ็มในกทม. ที่มีการใช้งานอย่างเป็นประจำ เรื่องมันจะแดงไว งานนี้เหมือนโจรปล้นแบงค์ เพราะประชาชนไม่ได้เดือดร้อน”
ดร.โกเมน ทิ้งท้ายว่า คดีนี้ต้องรู้ให้ชัดก่อนว่าคนร้ายใช้ช่องทางใด เพื่อหาแนวทางป้องกันที่แน่ชัด ซึ่งต้องทำการอัพเกรดซอฟท์แวร์ทางด้านความปลอดภัยและจัดการกับไวรัสมัลแวร์ทุกตู้เอทีเอ็ม นอกจากนั้นก็จำเป็นต้องพยายามปิดจุดอ่อน ช่องโหว่ และพัฒนาประสิทธิภาพความปลอดภัยของระบบอย่างต่อเนื่องและเข้มงวดต่อไป
“ภัยพวกนี้เกิดขึ้นมาแล้วในหลากประเทศ ทั้ง ไต้หวัน มาเลเซีย ญี่ปุ่น ซึ่งถือว่า เป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับโลกอนาคต อย่างไรก็ตาม นับว่าโชคดีที่ไทยเราโดนไปแค่ 21 ตู้ 12 ล้านบาทเท่านั้น”
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า วันที่เทคโนโลยีกำลังก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ใช่แค่ความปลอดภัยเท่านั้นที่ถูกยกระดับ แต่กลวิธีการโจรกรรมก็ร้ายกาจมากขึ้นเช่นเดียวกัน


ดูบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สรุปขั้นตอนที่แฮ็กเกอร์...ขโมยเงินจากบัญชีคนอื่น

📌 สรุปขั้นตอนการขโมยเงินจากบัญชีคนอื่นที่เปิดบริการทำธุรกรรมทางการเงิน แบบ online
1. รู้เบอร์โทร เป้าหมาย
2. ได้เลขบัตรประชาชน เป้าหมาย
3. รู้บัญชี ธนาคาร เป้าหมาย
4. ปลอมบัตรประชาชน เป้าหมาย
5. เอาบัตรประชาชน เป้าหมายไป ยกเลิกซิม เป้าหมาย
6. ออกซิมใหม่ ซิมเป้าหมายถูกตัด
7. โทรไปหลอก Call Center Cyber Banking เพื่อขอ ให้ปลดล็อค และ Reset รหัสผ่านใหม่
8. โอนเงิน ออกจากบัญชีเป้าหมาย
9. จบเห่!! 🔚



ดูบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อาชีพนักสืบฝรั่งทำงานกันยังไง


ลองมาดูกรณีศึกษาเกี่ยวกับผู้หญิงบาร์ถูกสะกดรอยโดยสามีฝรั่งดูบ้างนะคะ ดิฉันมีโอกาสได้รู้จักทั้งสองฝ่าย จึงขอเล่าให้ฟังเป็นเคส ๆ ไป


 คนแรกที่จะเล่าให้ฟังคือฝรั่งชื่อเบริ์ท มาเที่ยวเมืองไทยจนเงินหมด ส่วนใหญ่หมดไปกับผู้หญิงและการดื่ม เที่ยว เบริ์ทเป็นขา ประจำที่เที่ยวในกรุงเทพฯ เช่น แถวนานาพลาซ่า โรงแรมเกรซ เทอร์เม่ ซอยคาวบอย ฮาร์ดร็อคคาเฟ่ โนโวเทล สปัสโซ่ รีว่าส์ หรือซอย 7 เบียร์ การ์เด้นตลอดจน บาร์อะโกโก้ แถวพัฒน์พงษ์ เบริ์ทจัดเป็นนักเที่ยวผู้ทะลุปรุโปร่ง เบริ์ทจึงเข้าใจธรรมชาติ นิสัยและความต้องการของผู้หญิงบาร์ เป็นอย่างดี

ในขณะที่เบริ์ทกำลังหมดตัว ไม่มีเงิน วันหนึ่งเขาก็เจอเกย์ฝรั่งคนหนึ่ง ในบาร์ เสนองานนักสืบให้เขาทำ งานนี้ทำให้เขาได้เที่ยวเหมือนชีวิตปรกติ คอยสืบพฤติกรรมของผู้หญิงแฟนฝรั่ง ว่าในขณะที่แฟนไม่อยู่เธอ ๆ เหล่านั้นได้แอบกลับไปทำงานตามบาร์ต่าง ๆ หรือแอบมีแฟนฝรั่งหรือแฟนไทยหรือเปล่า

เบริ์ทตกลงรับงานนักสืบนี้ทันทีเพราะเขาเป็นนักเที่ยวอยู่แล้วงานนี้ทำให้เขาได้เที่ยวฟรีโดยลูกค้าคือสามีหรือแฟนของผู้หญิงตกลงยอมจ่ายค่าจ้างเป็นครั้ง ๆ ไป เบริ์ทเรียกตัวเองว่าเป็น”ferret”เหมือนตัวพังพอนที่ขุดคุ้ยหาเหยื่ออย่างเชี่ยวชาญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ลึกลับ ตามซอกมุมต่างๆ