pearleus

วันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ขำขันขวนคิด "เสย เสย ไว้ อย่าเอ็ดไป"



" คำหล้าหนุ่มจากแดนดินถิ่นอีสาน
เสี่ยงเข้ากรุงมุ่งหางานในเมืองหลวง
ขึ้น บขส. ตัดสินใจไปตามดวง
รถแล่นล่วงจากบขส.ถึงหมอชิต

ลงจากรถตาลายใจหวิวสั่น
นึกหวั่นๆพูดภาษากลัวจะผิด
เพิ่งเข้ากรุงเป็นครั้งแรกในชีวิต
ไม่เหมือนคิดช่างสับสนวุ่นวายเทียว

ด้วยความหิวจึงมองหาสายตาเบิ่ง
ไปเห็นเพิงมีอาแป๊ะขายก๋วยเตี๋ยว
ตัดสินใจจะแก้หิวสักชามเดียว
บะหมี่เกี๊ยวเอ๊ะ ! จะสั่งอย่างไรกัน

ตัดสินใจอาแป๊ะๆ ก๋วยเตี๋ยวซ้าม
อาแป๊ะเข้าใจความ ขมีขมัน
ทำก๋วยเตี๋ยวสามชามพร้อมๆกัน
พ่อหนุ่มนั่นจำยอมกินสิ้นสามชาม

อิ่มท้องแล้วจึงรำพึงถึงเรี่ยวแรง
ค่อนข้างดังว่า "มี้แฮ้ง" อย่างล้นหลาม
อาแป๊ะเกิดได้ยินตาวาววาม
ทำหมี่แห้งให้อีกชามในทันที

หนุ่มติดขัดด้านภาษามิกล้าแย้ง
จึงจำใจกินหมี่แห้งไม่ถอยหนี
กินจนหมดพลางเอ่ยคำย้ำวจี
เชิงผูกมิตรว่าตอนนี้ "เฮ่อ ไค แน่"

กลุ่มจิ๊กโก๋โต๊ะข้างๆฟังถนัด
จึงฮึดฮัดลองเชิงตามเบาะแส
ปาฝาเบียร์ตกบนโต๊ะไม่เชือนแช
หนุ่มรู้แน่ไม่ได้หยอกบอก " บ่แม่น"

จิ๊กโก๋โฉดฟังภาษาหารู้ไม่
หยิบฝาเบียร์ขว้างไปใหม่ถูกต้นแขน
นายหนุ่มตกใจกลัวตัวลีบแบน
เอ่ยวอนแค่น "อย่าปาข่อยจั๊กหน่อยเลย "

จิ๊กโก๋เหี้ยมคิดว่าหนุ่มท้ารบ
หยิบขวดเบียร์หวังตะปบตีเข้าเสย
หนุ่มตกใจรีบโกยอ้าวด้วยมิเคย
วิ่งแล่นเลยไปสั่นสลดบนรถเมล์

รถแล่นไปทางไหนไม่รู้จัก
งุนงงนักรถขวักไขว่ใจไขว้เขว
คนเมืองกรุงไม่ยิ้มแย้มแถมเกเร
นั่งลังเลขวัญเสียละเหี่ยใจ

จนรถแล่นถึงเขาดินเห็นร่มรื่น
ค่อยใจชื้นเห็นเด็กลง เอ๊ะ! ที่ไหน
จึงเดินลงตามเข้าสวนสัตว์ไป
พอเพลินใจนึกสนุกทุกข์บรรเทา

ผ่านกรงลิงมีเขียนชื่อ "อุรังอุตัง"
แต่ผิดหวังไม่เห็นลิงกรงว่างเปล่า
เห็นคนเลี้ยงเดินผ่านมาจึงถามเอา
พินอบพิเทาถ้อยวาจาทำท่าอายๆ

"ลุ้งคับลุ๊งสงสัยจริงลิ๊งไปไส "
ลุงยิ้มให้แล้วตอบต่อข้อขยาย
"ลิงมันตายน่ะพ่อหนุ่มมันเพิ่งตาย "
น่าเสียดาย แล้วพ่อหนุ่มไปไหนมา
"อ๋อ! ม๊าหางานท้ำยังหาบ่ได้
ข้อยบ่ฮู้จักไผสักคนหนา"
ลุงได้ฟังนึกสงสัยลั่นวาจา
แล้วก็พาไปสำนักสมัครงาน

ให้ทดลองแต่งอุรังอุตังช่างเหมาะเจาะ
งานมั่นเหมาะหนุ่มปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
นั่งแทนลิงในกรงคงสำราญ
จิตเบิกบานนึกภูมิใจได้งานเบา

วันแรกแรกนั่งนอนเล่นเป็นสุขยิ่ง
ทำท่าลิงคอยสนองคนดูเขา
ล่วงหลายวันชักเบื่อเหลือบรรเทา
เดินแกะเกากรงดึงแทะทิ้งทอย

พบรอยขาดลองแกะสอดตัวลอดได้
จึงลอดไปกรงข้างๆอย่างเงื่องหงอย
เป็นกรงเสือหารู้ไม่ใจล่องลอย
พลางเดินเดินถอยถอยคอยเมียงมอง

พลันเหลือบเห็นเสือร้ายหัวใจหล่น
ตกใจจนประจุขี้ขึ้นสมอง
กระโดดหนีสุดชีวิตจนติดซอง
ปากเผลอร้อง"ซ่อยข้อยเหน๊ ซ่อยข้อยแหน๊ "

เจ้าเสื้อร้ายยินเสียงโลดกระโดดประกบ
รีบตะปบ คอเจ้าลิงยิ่งย่ำแย่
บีบกระชับดึงหน้าหลังเหมือนรังแก
จุ๊ปากแก้มกระซิบใส่บอกให้รู้

"จุ๊ จุ๊ จุ๊ !เสยเสยไว้ เสยเสยไว้
อย่าเอ็ดไปเดี๋ยวต๊กงานกันเทิงคู่ "
เฮาคนบ้านเดียวกันมึงกั๊บกู
เดี๋ยวต๊กงานเทิงคู่...อย่าเอ็ดไป

วันอังคารที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

English 2 Thai & Vice Versa: 30 สำนวนภาษาอังกฤษ ที่พบเจอได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวั...

English 2 Thai & Vice Versa: 30 สำนวนภาษาอังกฤษ ที่พบเจอได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวั...: สำหรับการสื่อสารในภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าของภาษาด้วยแล้ว แน่นอนที่สุดเรื่องปวดหัวสุดๆ เลยเรื่องหนึ่งนั่นก็คือ การใช้สำนวนต่างๆ ...

English 2 Thai & Vice Versa: 100 ประโยคภาษาอังกฤษง่ายๆ ใช้ได้ทันทีบนเฟสบุ๊ค

English 2 Thai & Vice Versa: 100 ประโยคภาษาอังกฤษง่ายๆ ใช้ได้ทันทีบนเฟสบุ๊ค: คำชมเชย Very lovely photo. รูปน่ารักมากเลย That's a really nice picture. นั่นเป็นรูปที่ดีจริงๆนะ You look great today. วันนี้คุณด...

วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560

วิภาผู้ใช้ชีวิตอย่างประมาท


นักปราชญ์ท่านกล่าวไว้ว่า การเกิดเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก  เมื่อเกิดมาแล้วการดำรงชีวิตอยู่นั้นแสนยาก  ผู้หญิง ไทยบางคน หรือหลายคน มีชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลว ครอบครัวแตกแยก บางรายมีค่านิยม ไหน ไหน ก็ผ่านการมีสามีแล้ว ไปหาแฟนฝรั่ง ดีกว่ายังมีโอกาสรวย ดีกว่ามีผัวไทย ที่จนแล้วยังไม่เอาไหนอีก  จนกลายเป็นค่านิยมที่ผิด ผิด อยู่ในปัจจุบัน  บางรายก็สมหวัง บางรายก็ถูกหลอก กลายเป็นทาส ทำงานรับใช้เขาอย่างสัตว์  บางคนเสียชีวิต มีแต่กระดูกส่งมาเมืองไทย ก็มากมาย
                วิภา ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ต้องการผัวฝรั่ง ที่รวย รวย สักคน จึงมุ่งหน้า สู่แดนแสวงหา คู่ คือ เมืองพัทยา เพื่อนบางคนก็ไปถึงภูเก็ต ตามใจปรารถนา วิภา โชคดีมาก ได้แฟนฝรั่ง ชาวแคนาดา เขามีการงานทำดี เป็นถึงวิศวกร เขารักวิภามาก  พาวิภาไปที่ต่างประเทศด้วยหลายปี แต่วิภาอยากกลับมาอยู่เมืองไทย เขาก็ตามใจปลูกบ้าน ให้อยู่  อย่างหรูหรา มีความสะดวกสบายทุกอย่างที่บ้านเกิด  ทุกสิ้นเดือนเขาจะกลับมาหาวิภา   ความรวยที่ได้ทำให้วิภาหลงตัวเอง  ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เคยผิดพลาดในชีวิตมาแล้ว เข้าตำราเจ็บแล้วไม่จำ  จึงต้องรับเคราะห์กรรมอยู่ทุกวันนี้  และ วิภาจึงอยากเล่ากรรมที่ไม่ดี ของตัวเองไว้เป็นอุทาหรณ์ เตือนใจคนทั่วไปว่ากรรมดี กรรมชั่วที่เราทำเราต้องรับมันไว้ ไม่ต้องรอชาติไหน